เมื่อวันที่ 29 เมษายนที่ผ่านมา Mark รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ BitZ ได้ร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาออนไลน์ของ DeepChain Academy ในหัวข้อ “Halving ใกล้เข้ามา แต่ตลาดยังไม่ฟื้น ควรใช้ ‘Super Leverage’ ของ BitZ อย่างไรให้ได้กำไรสูงสุด?” ด้านล่างนี้คือบันทึกการบรรยายฉบับเต็ม ซึ่งทีมงาน DeepChain Finance ได้เรียบเรียงเนื้อหาใหม่เล็กน้อย
เมื่อพูดถึง BitZ หลายคนคงนึกถึงแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่มีประวัติยาวนาน เคยผ่านทั้งช่วงขาขึ้นและขาลงของตลาดมาแล้ว
BitZ ก่อตั้งขึ้นที่หมู่เกาะบริติชเวอร์จินในปี 2016 นับเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์บล็อกเชนชั้นนำของโลก ปัจจุบันมีสำนักงานสาขาในสิงคโปร์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอีก 7 ประเทศทั่วโลก จากการจัดอันดับแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตโดย TokenInsight สถาบันจัดอันดับข้อมูลที่มีชื่อเสียง BitZ ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 4 ของโลก
ทีมงานหลักของ BitZ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากหลากหลายวงการทั่วโลก ทั้งด้านการเงิน เกม อีคอมเมิร์ซ และโซเชียลมีเดีย โดยมีเป้าหมายเพื่อมอบบริการที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน
สำหรับผู้ที่ติดตาม BitZ มาอย่างต่อเนื่อง คงจะสังเกตเห็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เราได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Futures ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานโดยเฉพาะ ผลิตภัณฑ์ฝากเงินรับดอกเบี้ย ‘Deposit Treasure’ ที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 25% ต่อปี รวมถึงแคมเปญจองเหรียญหลัก (Mainstream Coins) ในระบบ Coin-to-Coin ด้วยส่วนลดพิเศษ
เบื้องหลังการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และกิจกรรมใหม่ๆ เหล่านี้ คือความมุ่งมั่นของ BitZ ที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเป็นอันดับแรก พร้อมยึดมั่นในหลักการ “ผู้ใช้งานมาก่อน”
ส่วนถาม-ตอบ
DeepChain Finance: ในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ จะเกิดเหตุการณ์ Bitcoin Halving ซึ่งผู้เล่นในวงการหลายคนหวังว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนจากตลาดหมีสู่ตลาดกระทิง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากโรคระบาดและวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงเหตุการณ์ตลาดตกต่ำอย่างรุนแรง (Flash Crash) เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ทำให้หลายคนยังคงกังวลเกี่ยวกับผลของ Halving ครั้งนี้ ในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ คุณคิดว่าผู้ใช้งานควรบริหารจัดการสินทรัพย์ของตนอย่างไร?
Mark: ประการแรก คือการจัดสรรสินทรัพย์อย่างเหมาะสม โดยซื้อเหรียญที่มีศักยภาพตอนราคาต่ำ และรักษาสัดส่วนเงินสดไว้บ้าง ประการที่สอง คือการจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะลงทุนด้วยวิธีใด ควรตั้งจุดทำกำไร (Take-Profit) และจุดตัดขาดทุน (Stop-Loss) ไว้ล่วงหน้า และปฏิบัติตามกฎที่ตั้งไว้อย่างเคร่งครัด
หากต้องการผลตอบแทนสูงสุด นักลงทุนจำเป็นต้องเลือกจังหวะเข้าตลาดให้เหมาะสม แม้สถานการณ์ภายนอกจะเป็นอย่างไร การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานจาก Halving ถึงแม้อาจไม่ทำให้ตลาดกลายเป็น ‘ตลาดกระทิง’ อย่างที่หวัง แต่อย่างน้อยก็จะช่วยกระตุ้นให้ตลาดมีแนวโน้มดีขึ้นในระยะสั้น ซึ่งนักลงทุนสามารถใช้โอกาสนี้เพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ของตนได้
DeepChain Finance: คุณเคยกล่าวว่า ในอุตสาหกรรมนี้ เมื่อเทียบกับ Spot Trading และ Futures แล้ว ผลิตภัณฑ์ Leverage ดูจะได้รับความสนใจน้อยกว่า คุณคิดว่าเพราะเหตุใด Leverage ถึงไม่เป็นที่นิยม? อนาคตของผลิตภัณฑ์ Leverage จะเป็นอย่างไร? และทำไม BitZ ถึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘Super Leverage’?
Mark: เหตุผลหลักที่ Leverage ไม่เป็นที่นิยมมีสองประการ ประการแรกคืออัตราดอกเบี้ยที่สูง ผู้ใช้งานที่กู้ยืมมักถูกคิดดอกเบี้ยรายวัน ซึ่งเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ใช้
ประการที่สองคือกระบวนการใช้งานที่ซับซ้อน ผู้ใช้งานต้องกู้เหรียญก่อนจึงจะเปิดออร์เดอร์ได้ จากนั้นยังต้องจัดการเรื่องสกุลเงินที่กู้ยืม และหลังจากปิด Position แล้วยังต้องคืนเหรียญอีก ขั้นตอนที่ยุ่งยากเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากเลี่ยงผลิตภัณฑ์ Leverage
จากปัญหาต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ Leverage แบบดั้งเดิม BitZ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ ‘Super Leverage’ รุ่นใหม่ที่เน้นความเรียบง่าย โดยยึดหลัก ‘ผู้ใช้งานมาก่อน’ และใช้ศักยภาพด้านการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ของเรา
เหตุผลหลักที่เราเลือกเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในเวลานี้ ก็เพราะเหตุการณ์ Halving กำลังจะเกิดขึ้น การสะสม Bitcoin น่าจะเป็นความต้องการเร่งด่วนของผู้ใช้งานหลายคน อย่างไรก็ตาม ราคา Bitcoin ที่สูงทำให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากไม่สามารถเข้าร่วมได้ และอัตราดอกเบี้ยที่สูงของผลิตภัณฑ์ Leverage แบบดั้งเดิมก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค ในขณะที่ ‘Super Leverage’ ที่ไม่คิดดอกเบี้ยสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้ นี่คือเหตุผลหลักที่เราเปิดตัว Super Leverage
DeepChain Finance: ปัจจุบันในอุตสาหกรรมคริปโต แทบทุกแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนมีบริการซื้อขาย Leverage และโดยทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ Leverage ก็มีต้นกำเนิดจากภาคการเงินแบบดั้งเดิมก่อนจะถูกนำมาใช้ในวงการคริปโต แล้ว ‘Super Leverage’ ที่ BitZ เพิ่งเปิดตัวนี้ แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ Leverage ทั่วไปของแพลตฟอร์มอื่นอย่างไร? และเมื่อเทียบกับแนวคิด Leverage แบบดั้งเดิมแล้ว มีความเหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
Mark: ในแง่ของแนวคิด ‘Super Leverage’ เป็นเครื่องมือทางการเงินขั้นสูงที่เป็นนวัตกรรมใหม่ พัฒนาบนพื้นฐานของตลาด Spot และผสมผสานจุดแข็งของ Futures Contract ราคาซื้อขายจะอ้างอิงจากราคา Spot โดยระบบจัดการความเสี่ยงของ Position จะใช้ ‘Mark Price’ ที่คำนวณจากราคา Spot ของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนชั้นนำภายนอก เช่น Huobi, Binance, OKEX และ ZB
จุดแข็งหลักของ Super Leverage เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ Leverage ของแพลตฟอร์มอื่น คือความเรียบง่าย ซึ่งครอบคลุม 4 ด้านหลัก:
“เรียบง่าย (Jian)” แสดงออกผ่านสองด้าน คือ การดำเนินการคลิกเดียว (One-Click Operation) และการจัดการกำไร-ขาดทุน (Profit & Loss Management)
การดำเนินการคลิกเดียว: ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ Leverage ของแพลตฟอร์มส่วนใหญ่มักให้ผู้ใช้งานกู้เหรียญก่อนจึงจะทำการซื้อขายได้ แต่ Super Leverage ใช้เทคโนโลยีที่ผสานกระบวนการกู้ยืมและการซื้อขายให้เป็นขั้นตอนเดียว ผู้ซื้อขายเพียงคลิกปุ่มตามทิศทางการซื้อขายที่ต้องการ ก็สามารถกู้ยืมและซื้อขายได้ในทีเดียว
การจัดการกำไร-ขาดทุน: นอกเหนือจากหน้าจอซื้อขายพื้นฐานแล้ว ยังมีหน้า ‘สินทรัพย์และ Position’ แยกต่างหาก ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้แบบครบถ้วน เช่น มูลค่าทรัพย์สินรวม (Total Equity), กำไร-ขาดทุนลอยตัว (Floating PnL), อัตรากำไร-ขาดทุนลอยตัว (Floating PnL Ratio), Margin ที่ใช้ได้ (Available Margin) และอัตรากำไร-ขาดทุนของแต่ละ Position (PnL Ratio per Position)
“ใช้งานง่าย (Yi)” แสดงออกผ่านสองด้านหลัก คือ ความเป็นธรรมและเป็นมิตร (Fair & Friendly) รวมถึงการกู้ยืมแบบไม่คิดดอกเบี้ย (Interest-Free Lending)
ในด้านความเป็นธรรมและเป็นมิตร BitZ กำหนดให้ Super Leverage เป็น ‘ผู้นำด้าน Futures เวอร์ชัน Spot’ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้ ระบบจัดการความเสี่ยงของ Position จะใช้ ‘Mark Price’ ที่คำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของราคา Spot จากหลายแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนชั้นนำ ซึ่งไม่เพียงช่วยควบคุมความเสี่ยงให้ผู้ใช้งานด้วยราคาที่เป็นธรรมกว่า แต่ยังช่วยลดปรากฏการณ์ ‘Price Spike’ หรือ ‘Wick’ ที่อาจส่งผลเสียต่อผู้ใช้งานอีกด้วย
นอกจากนี้ เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่ชอบความเสี่ยงระดับปานกลางถึงต่ำ และเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาด Super Leverage ใช้กลไก ‘Isolated Margin’ (การแยก Margin เป็นบัญชีอิสระ) ภายใต้กลไกนี้ แต่ละคู่ซื้อขาย (Trading Pair) จะมีบัญชีแยกกัน โดยมีเงินทุนเฉพาะและไม่สามารถโอนย้ายระหว่างคู่ซื้อขายได้
นั่นหมายความว่า หากผู้ใช้งานมี Position Leverage หลายรายการพร้อมกัน และหนึ่งในคู่ซื้อขายเกิดถูก ‘Liquidation’ หรือขาดเงินทุน ระบบจะไม่ดึงเงินทุนจากคู่ซื้อขายอื่นมาเติมให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถเปิดออร์เดอร์ทั้ง Long และ Short พร้อมกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ได้
นอกจากนี้ Super Leverage ยังมีฟังก์ชัน ‘Take-Profit & Stop-Loss’ ที่สะดวกที่สุดในอุตสาหกรรม ผู้ใช้งานสามารถตั้งราคา Take-Profit และ Stop-Loss ตามระดับความเสี่ยงของตนเองขณะเปิดออร์เดอร์ เมื่อราคาเคลื่อนไหวถึงระดับที่กำหนด ระบบจะทำการ ‘ปิด Position แบบย้อนกลับ’ โดยอัตโนมัติ ด้วยราคาตลาดที่ดีที่สุดตามที่ผู้ใช้งานตั้งไว้
ผู้ใช้ยังสามารถตรวจสอบผลตอบแทนจากการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์ได้โดยตรงในส่วน “สินทรัพย์คงคลัง” และดำเนินการต่างๆ ตามการคาดการณ์ของตนเองต่อตลาดและสถานะสินทรัพย์ เช่น การปิดสถานะด้วยราคาตลาด หรือการเพิ่มเงินประกัน เป็นต้น
ในด้านการกู้ยืมแบบปลอดดอกเบี้ย (interest-free lending) ผลิตภัณฑ์เลเวอเรจของแพลตฟอร์มอื่นๆ ในตลาดปัจจุบันมักจะคิดอัตราดอกเบี้ยในการกู้ยืมจากผู้ใช้ในระดับที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เพียงเพิ่มภาระให้แก่ผู้ใช้ แต่ยังส่งผลให้ความเสี่ยงในการซื้อขายของผู้ใช้สูงขึ้นโดยปริยาย
BitZ Super Leverage ได้ทำลายรูปแบบเดิมของอุตสาหกรรมด้วยการนำเสนอบริการกู้ยืมแบบปลอดดอกเบี้ยอย่างถาวร ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระเพิ่มเติมใดๆ ในการขยายทุนซื้อขาย และสามารถใช้เงินทุนจำนวนน้อยเพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่มากขึ้นได้
Shen Lian Finance: นับตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน ที่ BitZ เปิดตัว Super Leverage อย่างเป็นทางการมาเป็นเวลาสองวันแล้ว ผลงานของ Super Leverage ในช่วงสองวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง? มีผู้ใช้เข้าร่วมกี่ราย? บรรลุเป้าหมายที่ BitZ วางไว้หรือไม่?
Mark: สามารถสรุปผลงานโดยรวมได้ด้วยคำเดียวว่า “ร้อนแรงอย่างยิ่ง”
ตั้งแต่เปิดให้บริการ มีผู้ใช้กว่า 50,000 รายรับ “Super Leverage Experience Fund” ของเรา ซึ่งนอกจากจะได้รับประโยชน์จากแคมเปญ “การซื้อขายครั้งแรกมีกำไรแน่นอน” แล้ว ยังได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน Super Leverage ที่ราบรื่นอย่างแท้จริง อีกทั้งด้วยภาวะตลาดที่ผันผวนในแนวโน้มขาขึ้น ผู้ใช้จำนวนมากที่เข้าร่วมก็สามารถทำกำไรได้อย่างน่าประทับใจ
ตัวเลขดังกล่าวเกินความคาดหมายอย่างชัดเจน และยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้เราอย่างมาก ซึ่งจะขับเคลื่อนให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งขยายความพยายามในการส่งเสริมการตลาด เพื่อดึงดูดผู้ใช้ให้มาใช้บริการ Super Leverage มากยิ่งขึ้น
Shen Lian Finance: เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว Miggie Zhuang รองประธานฝ่ายบริหารของ BitZ เคยกล่าวว่า BitZ เป็นแพลตฟอร์มแรกในอุตสาหกรรมที่เปิดให้บริการสัญญาซื้อขายแบบตรง (linear contracts) หลังจากนั้น เราเห็นว่ามีแพลตฟอร์มสัญญาแบบตรงปรากฏขึ้นมากมายในตลาด ท่านมองว่าปัจจุบัน “ตลาดสัญญาซื้อขาย” (contract track) มีสถานการณ์และแนวโน้มการเติบโตอย่างไรบ้าง?
Mark: ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่เข้าสู่ตลาดสัญญาซื้อขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของผู้ใช้เอง กลุ่มผู้ใช้ก็จะถูกแบ่งแยกออกเป็นหมวดหมู่ที่ละเอียดยิ่งขึ้น เช่น ผู้ใช้ที่ชอบความเสี่ยงสูง กับผู้ใช้ที่ชอบความเสี่ยงปานกลางถึงต่ำ จะมีขอบเขตที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ดังนั้นสำหรับแพลตฟอร์ม การพัฒนาไลน์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ จึงกลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวอย่างเช่น ก่อนหน้านี้เราเคยพัฒนา “ผลิตภัณฑ์สัญญาซื้อขายที่เป็นมิตรที่สุดในอุตสาหกรรม” ซึ่งสามารถเติบโตอย่างรวดเร็ว และในครั้งนี้เราก็ยังคงยึดหลัก “ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง” ในการพัฒนา Super Leverage ซึ่งสามารถนิยามได้ว่าเป็น “สัญญาซื้อขายแบบสปอต” ที่ตอบโจทย์ผู้เล่นที่มีความชอบความเสี่ยงต่ำ โดยเสนอเลเวอเรจให้เลือก 3x, 5x, 8x และ 10x ซึ่งผู้ใช้สามารถเลือกอัตราเลเวอเรจที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตนยอมรับได้และสถานะสินทรัพย์ของตน
ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ BitZ สามารถเชื่อมต่อเลเวอเรจได้อย่างไร้รอยต่อตั้งแต่ 1x ถึง 100x ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม ได้แก่ การซื้อขายสปอต (spot trading), Super Leverage และสัญญาซื้อขาย (futures) ซึ่งตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้ได้อย่างครบถ้วน
Shen Lian Finance: ท่านมองความแตกต่างระหว่างตลาดสกุลเงินดิจิทัลภายในประเทศและต่างประเทศอย่างไร?
Mark: ในไตรมาสแรกนี้ เราได้เน้นการขยายตลาดต่างประเทศเป็นพิเศษ และจากสถานการณ์ปัจจุบัน ภาพรวมนั้นค่อนข้างสดใสมาก โดยเฉพาะการเจาะตลาดรัสเซียอย่างลึกซึ้งในไตรมาสแรก ทำให้เราได้รับความสนใจจ��กผู้ใช้จำนวนมาก ขณะที่สัดส่วนผู้ใช้จากรัสเซียในจำนวนผู้ลงทะเบียนทั้งหมดบนแพลตฟอร์มก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และผู้ใช้จากรัสเซียยังแสดงความกระตือรือร้นต่อสกุลเงินดิจิทัลอย่างมากอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับความร้อนแรงอย่างไม่ธรรมดาของการซื้อขายสัญญาในประเทศ ปัจจุบันผู้ใช้ในตลาดต่างประเทศ เช่น รัสเซีย ยังให้ความสนใจกับการซื้อขายสปอตเป็นหลัก ขณะที่การซื้อขายอนุพันธ์ เช่น สัญญาซื้อขาย ยังไม่แพร่หลายนัก ซึ่งนี่คือเป้าหมายหลักที่เราจะเร่งพัฒนาต่อไป
Shen Lian Finance: นอกจากการซื้อขายสปอต เลเวอเรจ และฟิวเจอร์สแล้ว แพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลควรให้ความสำคัญด้านใดบ้าง เพื่อให้สามารถรักษาตำแหน่งของตนไว้ได้ในอนาคตที่ “เอฟเฟกต์ผู้ชนะกินรวบ” (head effect) กำลังทวีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ?
Mark: ประการแรก คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความแม่นยำและละเอียดยิ่งขึ้น แม้ในช่วงที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของแพลตฟอร์มจะมีความครบถ้วนค่อนข้างสูง แต่หากพิจารณาจากประสบการณ์การใช้งานจริง ก็ยังมีพื้นที่ให้ปรับปรุงอีกมาก เช่น ความนิยมลดลงของผลิตภัณฑ์เลเวอเรจแบบดั้งเดิม และความร้อนแรงทันทีที่ Super Leverage เปิดให้บริการ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้ใช้ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดอย่างชัดเจน
ประการที่สอง คือการยึดมั่นในหลัก “ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง” ซึ่งจำเป็นต้องมีการยกระดับอย่างรอบด้านทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมการตลาด
Shen Lian Finance: ตลอดปีนี้ ภายใต้อิทธิพลของโรคระบาดและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ทุกภาคส่วน รวมถึงภาคการเงิน ต่างเน้นย้ำแนวคิด “การลดเลเวอเรจ” (de-leveraging) และส่งเสริมการลงทุนแบบ “มั่นคง” (stable) ดังนั้น การเปิดตัวบริการ “Super Leverage” ของ BitZ ในช่วงเวลานี้ จะได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมโดยรวมหรือไม่?
Mark: ไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะเป็นเช่นไร ความต้องการของผู้ใช้ในการจัดสรรสินทรัพย์และการเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ยังคงมีอยู่เสมอ ด้วยข้อได้เปรียบของผลิตภัณฑ์ Super Leverage ที่ประกอบด้วยการกู้ยืมแบบปลอดดอกเบี้ย การดำเนินการแบบคลิกเดียว (one-click operation) การจัดการกำไร-ขาดทุน (PnL management) ความเป็นธรรมและเป็นมิตร รวมถึงตัวเลือกเลเวอเรจที่หลากหลายยิ่งขึ้น บวกกับความคาดหวังในการปรับตัวขึ้นของราคาจากเหตุการณ์ “Halving” และความร้อนแรงทันทีที่เปิดตัวของ Super Leverage จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อมโดยรวมแต่อย่างใด
