5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา Cointelegraph ภาษาไทย จัดรายการสัมภาษณ์ออนไลน์พิเศษ “HUB LIVE”
HUB โดย Cointelegraph ภาษาไทย คือรายการพูดคุยออนไลน์ที่ชวนบุคคลสำคัญในแวดวงบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซี มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายในแต่ละสาขาย่อยของอุตสาหกรรม รวมถึงวิธีที่องค์กรต่างๆ จะก้าวข้ามสถานการณ์ปัจจุบันและมุ่งสู่การเติบโตในอนาคต
ในครั้งนี้มีการจัดวงสนทนาสองช่วง ช่วงแรกดำเนินรายการโดย Tracy ผู้ดำรงตำแหน่ง CBDO ของ Cointelegraph ภาษาไทย โดยได้เชิญผู้เชี่���วชาญสามท่าน ได้แก่ คุณเฉาหยิน ผู้จัดการทั่วไปของ Digital Renaissance Foundation, คุณเฟลิเซีย เช ซีอีโอของ ArtGee และคุณซุนโปหาน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ BCA ร่วมพูดคุยในหัวข้อต่างๆ อาทิ การสร้างคุณค่าให้กับศิลปะดิจิทัล และแนวทางการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้
ช่วงที่สอง Ting Peng ซีโอโอของ Cointelegraph ภาษาไทย ร่วมสนทนากับ Alex Salnikov ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Rarible, Alex Russman ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Enjin และ Sébastien Borget ซีโอโอของ The Sandbox เพื่อเจาะลึกเกี่ยวกับการนำ NFT ไปใช้งานจริง การประยุกต์ใช้ในองค์กร และทิศทางการพัฒนาที่น่าจับตา
จริงๆ แล้ว NFT ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของ Ethereum เราก็เห็นเกมอย่าง CryptoKitties และ Etheremon ที่ใช้หลักการของโทเคนที่ไม่สามารถทดแทนกันได้มาแล้ว
NFT คือหลักฐานการเป็นเจ้าของดิจิทัล ที่พร้อมขยายการใช้งานไปได้ไกล
NFT หรือ Non-Fungible Tokens มักสร้างขึ้นตามมาตรฐาน ERC-721 มีคุณสมบัติสำคัญคือแบ่งแยกไม่ได้ มีความเป็นเอกลักษณ์ และไม่สามารถทดแทนกันได้ ด้วยความหลากหลายทั้งในรูปแบบและฟังก์ชันการทำงาน ทำให้ NFT ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในหมวดหมู่สินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของโลกบล็อกเชนในอนาคต
Sébastien Borget ซีโอโอของ The Sandbox กล่าวว่า “NFT คือใบรับรองความเป็นเจ้าของที่บันทึกอยู่บนบล็อกเชน ที่ The Sandbox เราไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นตัวอย่างการประยุกต์ใช้ NFT และเทคโนโลยีบล็อกเชนได้ดีที่สุด แต่ยังพยายามทำให้เทคโนโลยีนี้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ใช้ใหม่ๆ ผมรู้จักศิลปินหลายคนที่เลิกสร้างงานเพราะไม่ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม NFT สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ ชุมชนคือจุดแข็งที่ทำให้เราแตกต่างจากตลาดรวมศูนย์แบบเดิม การมีส่วนร่วมของผู้ใช้มีคุณค่ามหาศาล เพราะพวกเขาสามารถได้รับผลตอบแทนผ่านโทเคนได้จริง”
ทั้ง The Sandbox และโครงการอย่าง Enjin ต่างมุ่งพัฒนาสินทรัพย์ในเกมให้กลายเป็นของมีค่าที่ซื้อขายได้อย่างอิสระ Alex Russman ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจของ Enjin กล่าวเสริมว่า “บล็อกเชนเปิดโอกาสใหม่ให้กับอุตสาหกรรมเกมอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เราจะได้เห็นกรณีการใช้งานที่ให้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของผ่านโทเคนบนบล็อกเชนมากขึ้นเรื่อยๆ”
“เราตื่นเต้นกับโอกาสที่บล็อกเชนมอบให้กับไอเทมในเกมเป็นอย่างมาก ตอนนี้เราสามารถเป็นเจ้าของสินค้าเสมือนในโลกดิจิทัลอย่างแท้จริง พร้อมกับความหายากที่ตรวจสอบได้ ความแท้��ริง และสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ชัดเจน ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน เราสามารถแสดงของสะสมของเราอย่างภาคภูมิใจและแบ่งปันให้คนอื่นเห็นได้ง่ายๆ ผมเชื่อว่าเราจะเห็นการนำโทเคนมาใช้กำหนดสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ พร้อมกับข้อมูลประกอบที่ทำให้สินทรัพย์เหล่านั้นมีความหมายมากขึ้น”
NFT แนวคิดใหม่ที่มาพร้อมศักยภาพไร้ขีดจำกัด
แม้ NFT จะไม่ใช่คำใหม่ในวงการคริปโต แต่สำหรับโลกอินเทอร์เน็ตแบบเดิมแล้ว นี่คือแนวคิดล่าสุดที่นิยามสิทธิ์ในทรัพย์สินดิจิทัลขึ้นมาใหม่
Alex Salnikov ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Rarible ให้��วามเห็นว่า “NFT คือแนวคิดใหม่เกี่ยวกับสิทธิ์ในทรัพย์สินดิจิทัล ที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีบนอินเทอร์เน็ต มันทำให้ความเป็นเจ้าของใกล้ชิดกับผู้ใช้มากขึ้น ปัจจุบันตลาด NFT มีอุปทานมากกว่าอุปสงค์ ผู้สร้างหลายคนยังขาดทักษะในการโปรโมตและขายผลงานของตัวเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่เรายังต้องแก้ไขต่อไป ข้อดีของ NFT บนบล็อกเชนคือการเผยแพร่ง่าย ได้รับการยอมรับและให้รางวัลจากชุมชนได้รวดเร็ว และทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนมือเจ้าของ ผู้สร้างสรรค์จะได้รับค่าตอบแทนส่วนหนึ่งจากการทำธุรกรรม นี่คือสิ่งที่ทำให้เราตื่นเต้นมาก”
เมื่อ NFT นำสิทธิ์ในทรัพย์สินจริงมาอยู่บนบล็อกเชน สินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าหลายพันล้านก็อาจถูกย้ายมาอยู่บนนี้และสร้างมูลค่าการซื้อขายมหาศาลในตลาดรอง Felicia Che ซีอีโอของ ArtGee มองว่าการตัดตัวกลางออกจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ศิลปินได้เต็มที่ เธอกล่าวว่า “บล็อกเชนช่วยพิสูจน์คุณค่าของงานศิลปะแต่ละชิ้นได้โดยตรง โดยไม่มีตัวกลางอย่างบ้านประมูลหรือแกลเลอรีมาแบ่งส่วนต่าง ศิลปินจึงได้รับประโยชน์สูงสุด ศิลปะเข้ารหัส (Crypto art) ยังเน้นที่การสะสมและการลงทุนเป็นหลัก ทำให้ยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม ขณะที่ผู้ใช้ตั๋วเข้าชมดิจิทัลทั่วโล���มีถึงพันล้านคน หากตั๋วเหล่านี้ 3–5% เปลี่ยนมาเป็น NFT ก็จะช่วยผลักดันการใช้งานบล็อกเชนในระดับมวลชนได้อย่างมาก”
NFT ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และพร้อมขยายอาณาเขตในอนาคต
ปัจจุบันแวดวง NFT ยังถือว่าอยู่ในระยะเริ่มต้นมาก ยังไม่มีกรณีการใช้งานที่สร้างคุณค่าจริงและสามารถขยายสู่ผู้ใช้จำนวนมากได้เต็มที่ อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งตลาดที่ยังไม่คึกคัก ความเข้าใจที่ยาก และฐานผู้ใช้ที่ยังจำกัด
NFT ได้เปลี่ยนศิลปะดิจิทัลให้กลายเป็นศิลปะเข้ารหัส (crypto art) และส่งผลกระทบต่อทั้งวงการคริปโตและตล��ดศิลปะ คุณเฉาหยิน ผู้จัดการทั่วไปของ Digital Renaissance Foundation กล่าวถึงความหมายของการมีอยู่ของศิลปะเข้ารหัสว่า “ศิลปะเข้ารหัสคือส่วนหนึ่งของกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล เครื่องมือดิจิทัลในฐานะสื่อใหม่ ได้เปิดพื้นที่ให้ศิลปินสำรวจความคิดสร้างสรรค์ในมิติที่กว้างขึ้น NFT เข้ากันได้อย่างลงตัวกับศิลปะดิจิทัล ตอนนี้ศิลปะเข้ารหัสกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเติบโต งานศิลปะจะกลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าได้ก็ต่อเมื่อมีกลุ่มนักสะสมและนักลงทุนที่มากพอ ซึ่งปัจจุบันจำนวนนักสะสมศิลปะเข้ารหัสยังมีไม่มากนัก”
เมื่อตลาด NFT พบทิศทางที่เหมาะสม นั่นคือเวลาที่มันจะเติบโตอย่างแท้จริง ซุนโปหาน ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ BCA มองว่าตลาด NFT ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ศิลปะเข้ารหัสและเกมเท่านั้น เขาเชื่อว่าศิลปินคือเสาหลักของศิลปะเข้ารหัส และจำเป็นต้องมีระบบที่ประเมินมูลค่า NFT ได้อย่างเป็นธรรม มูลค่าของศิลปะเข้ารหัสไม่ได้มาจากความงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากอิทธิพลและชื่อเสียงของผู้สร้างด้วย แม้การใช้งานหลักของ NFT ในตอนนี้จะอยู่ที่ศิลปะเข้ารหัสและเกม แต่ตลาดนี้มีแนวโน้มสูงที่จะขยายไปสู่ด้านอื่นๆ ในอนาคต
