BroadChain รายงานว่า ข้อมูลจาก The Block ระบุว่า ตลาด Bitcoin Futures ของ Chicago Mercantile Exchange (CME) ยังคงอยู่ในภาวะซบตาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนเป็นต้นมา ปริมาณสัญญาเปิด (open interest) เฉลี่ยต่อวันของสัญญาส่งมอบเดือนมีนาคม 2026 ตกลงมาอยู่ต่ำกว่า 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในช่วงต้นเดือนเมษายนยังลดต่ำลงไปอีกเหลือราว 7.2 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2024 และนับเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันที่ตัวเลขลดลง นอกจากนี้ ปริมาณการซื้อขายรายเดือนในเดือนมีนาคมก็ร่วงลงมาอยู่ที่ 163 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม 2025
นักวิเคราะห์ตลาดมองว่า การหดตัวในครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากการปิดสถานะ (unwinding) การซื้อขาย "Basis Trade" อย่างกว้างขวาง ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงินมักทำกำไรจากส่วนต่างราคา (price spread) โดยการซื้อ Bitcoin ETF แบบ现货 (spot) พร้อมกับเปิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (short futures) บน CME ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงให้ปริมาณสัญญาเปิดของ CME ขยายตัว อย่างไรก็ดี หลังจากที่ราคา BTC ร่วงลงจากจุดสูงสุด 120,000 ดอลลาร์สหรัฐมาอยู่ต่ำกว่า 70,000 ดอลลาร์ ส่วนต่างฐาน (basis) ที่คิดเป็นรายปีก็หดตัวลงอย่างชัดเจน
ในปัจจุบัน ส่วนต่างฐานอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งใกล้เคียงกับอัตราผลตอบแทนปลอดความเสี่ยง (risk-free rate) ที่ประมาณ 4.5% เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายด้านเงินทุน (funding cost) และความเสี่ยงจากคู่สัญญา (counterparty risk) แล้ว โอกาสในการทำกำไรจากการ Arbitrage ก็แทบจะเหลือศูนย์ ส่งผลให้เงินทุนที่ใช้เลเวอเรจ (leveraged capital) ทยอยถอนตัวออกจากตลาด
