比特币周涨6%触及76300美元,但“极度恐惧”指数与机构谨慎情绪并存

การฟื้นตัวของ BTC เกิดจากแรงขับเคลื่อนด้านสภาพคล่อง สถาบันยังระมัดระวังต่อแนวโน้มในอนาคต

BroadChainBroadChain17/04/2569 21:30
เนื้อหานี้แปลโดย AI
สรุป

BroadChain รายงานว่า เมื่อเวลา 21:30 น. ของวันที่ 17 เมษายน ตามรายงานจาก TechFlow BTC เพิ่มขึ้นประมาณ 6% ในสัปดาห์นี้ และพุ่งแตะระดับ 76,300 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบสองเดือน อย่างไรก็ตาม ดัชนีความกลัวและโลภของตลาดคริปโตยังคงอยู่ที่ระดับ 21 (กลัวอย่างรุนแรง) นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันระบุว่า การฟื้นตัวในครั้งนี้เป็นผลจาก 'แรงขับเคลื่อนด้านสภาพคล่อง' มากกว่าการเปลี่ยนผ่านสู่แนวโน้มเชิงบวกอย่างแท้จริง Glassnode วิเคราะห์ว่า แม้ความต้องการในตลาดสปอตและการไหลเข้าสู่ ETF จะดีขึ้นเล็กน้อย แต่การฟื้นตัวยังไม่ลึกพอ และสถาบันยังคงระมัดระวังในการเข้าร่วมตลาด ส่วนตลาดออปชันยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงขาลง Bitfinex มองว่า การปรับตัวขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นหลักจากการซื้อแบบรวมศูนย์โดย Strategy (ซึ่งใช้จ่ายซื้อ BTC จำนวน 13,927 BTC ในสัปดาห์ที่ผ่านมา) มากกว่าความต้องการที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

BroadChain รายงานว่า ตามข้อมูลจาก TechFlow เมื่อเวลา 21:30 น. ของวันที่ 17 เมษายน ราคา Bitcoin ในสัปดาห์นี้ปรับตัวสูงขึ้นราว 6% และพุ่งแตะระดับ 76,300 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบสองเดือน อย่างไรก็ตาม ดัชนีความกลัวและโลภ (Fear & Greed Index) ยังคงค้างอยู่ที่ระดับ 21 ซึ่งสะท้อนความรู้สึก "กลัวอย่างรุนแรง" ในตลาด นักวิเคราะห์จากหลายสำนักชี้ให้เห็นว่า การฟื้นตัวครั้งนี้ขับเคลื่อนด้วย "ปัจจัยด้านสภาพคล่อง" เป็นหลัก มากกว่าที่จะเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างแท้จริง Glassnode วิเคราะห์ว่า แม้ความต้องการในตลาดสปอตและกระแสเงินไหลเข้าสู่ ETF จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นบ้าง แต่การฟื้นตัวยังไม่แข็งแกร่งพอ โดยสถาบันการเงินยังคงแสดงท่าทีระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กิจกรรมในตลาดออปชันก็ยังเน้นไปที่การป้องกันความเสี่ยงด้านขาลงเป็นหลัก ในทางตรงกันข้าม Bitfinex มองว่า การปรับตัวขึ้นส่วนใหญ่เกิดจาก "การซื้อสะสมเชิงกลยุทธ์" (ซึ่งมีการซื้อ Bitcoin รวม 13,927 BTC ในสัปดาห์ที่ผ่านมา) มากกว่าที่จะมาจากความต้องการตามธรรมชาติของตลาด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าระดับ 75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นแนวรับสำคัญ หากแรงซื้อจากกลยุทธ์ดังกล่าวลดลงและไม่สามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้ ราคาอาจปรับตัวลงไปทดสอบบริเวณ 70,000–71,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในภาพรวมทางเศรษฐกิจมหภาค ทิศทางนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) และการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ในเดือนมิถุนายน ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป