พายุดิจิทัลแห่งฮ่องกง: ลมจากแม่น้ำเซียงเจียงนำพาพลังของ Web3 สู่จุดสูงสุดของเอเชีย — การประชุมสุดยอดนวัตกรรม Web3 ฮ่องกง 2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเวลา 09:30–17:00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของฮ่องกงในวันที่ 28 มีนาคม 2023 ณ ศูนย์การประชุมเกาคุน (Kao Kun Conference Centre) ภายใน Hong Kong Science Park ได้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีบริษัท MERRILL เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ สมาคมบล็อกเชนภาคบริการสารสนเทศเซินเจิ้นเป็นผู้จัดงานหลัก ร่วมกับสมาคมบล็อกเชนเอเชีย-แปซิฟิก สมาคมบล็อกเชนฮ่องกง และ Cointime ในฐานะผู้จัดร่วม บริษัท SoftBank Global Holding Group (สหรัฐอเมริกา) และ ProTradex ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน และบริษัท ReLian Culture & Media Co., Ltd. เป็นผู้ดำเนินการจัดงาน

ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน ระบบบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย (Distributed Ledger Technology) และสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) Web3 จึงค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งจะสร้างศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาลให้กับเศรษฐกิจโลก ฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางสำคัญด้านการเงินและนวัตกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ตั้งอยู่บนแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี Web3 และมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมการผสานรวมและการพัฒนาเศรษฐกิจโลก
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2022 รัฐบาลฮ่องกงได้ออก “แถลงการณ์นโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาสินทรัพย์เสมือนในฮ่องกง” (Policy Statement on Virtual Assets Development in Hong Kong) ภายใต้บริบทสำคัญนี้ การประชุมสุดยอดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจผลกระทบและนวัตกรรมของ Web3 ต่อภาคเศรษฐกิจ การเงิน การเมือง และวัฒนธรรม ตลอดจนเจาะลึกแนวทางการพัฒนาในแนวรบต่างๆ เช่น Web3, AIGC และเมตาเวิร์ส (Metaverse) เพื่อสร้าง “หน้าต่างการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนระดับนานาชาติที่หลากหลาย” สำหรับสาขาการเงินดิจิทัล Web3 โดยเฉพาะ และปลุกกระแสพลังงานใหม่ให้กับเส้นทางการเงินดิจิทัล Web3 ของฮ่องกงอย่างต่อเนื่อง!
ในฐานะส่วนประกอบหลักของการประชุมสุดยอดนวัตกรรม Web3 ฮ่องกง 2023 “งานเลี้ยงคืนซอฟต์แบงก์ (SoftBank Night)” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสโดยตรงกับผู้บุกเบิกที่มีความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการมากที่สุดในแวดวง Web3.0 พร้อมร่วมหารือกับตัวแทนจากรัฐบาลฮ่องกง สถาบันการเงินฮ่องกง และบริษัทชั้นนำของเอเชียเกี่ยวกับความร่วมมือข้ามสาขาและการพัฒนานวัตกรรม ตลอดระยะเวลาการจัดงาน มีไฮไลต์ต่อเนื่องไม่ขาดสาย อาทิ “พิธีเปิดตัว EPO International Data Exchange” วิทยากรระดับแนวหน้า 7 ท่าน ได้กล่าวบรรยายหัวข้อสำคัญจากมุมมองที่แตกต่างกัน นำเสนอแนวคิดและมุมมองเฉพาะของตน พร้อมแสดงผลงาน Demo จำนวน 8 รายการที่เปิดมุมมองใหม่ให้ผู้เข้าร่วมงาน นำเสนอแนวคิดและเทคโนโลยี Web3 ล่าสุดอย่างครอบคลุม ขณะที่การอภิปรายโต๊ะกลม (Roundtable Forum) ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งแต่ละท่านได้แลกเปลี่ยนความเห็นอย่างเสรี ทำให้เกิดการชนกันอย่างรุนแรงและน่าตื่นตาของความรู้ ทฤษฎี และเทคโนโลยีในยุคใหม่ พร้อมสาระแน่นขนัด!
หลังจากนั้น คณะเดินทางไปเยี่ยมชมฮ่องกงได้เข้าร่วมกิจกรรมสำรวจอย่างใกล้ชิดกับสำนักส่งเสริมการลงทุนฮ่องกง (InvestHK) และสภาผู้แทนราษฎรฮ่องกง (Legislative Council of Hong Kong) ซึ่งช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นถึงการผสานรวมระหว่างการเงินดิจิทัล Web3 กับฮ่องกง ทั้งนี้ งานดังกล่าวได้รับการเข้าร่วมจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 400 ท่านจากบริษัทชั้นนำ เช่น Tencent Cloud, Shubao Data และ Dinglian Tech รวมถึงตัวแทนจากรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแลของฮ่องกง สถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตฉบับแรกของฮ่องกง สถาบันการลงทุนชั้นนำระดับโลก และผู้ประกอบการ Web3 ที่กระตือรือร้น ซึ่งทั้งหมดนี้ร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มใหม่และสำรวจเส้นทางการเติบโตของ Web3 ในฮ่องกง
คำกล่าวเปิดการประชุมสุดยอด
ในพิธีเปิดการประชุมสุดยอด นายเจิ้ง เสียงติ้ง (Zheng Xiangding) ประธานสมาคมบล็อกเชนภาคบริการสารสนเทศเซินเจิ้น ได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน โดยท่านระบุว่า การเกิดขึ้นของเศรษฐกิจดิจิทัล Web3 กำลังเปิดประตูสู่อนาคตใหม่ของมนุษยชาติ ฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการเงินระดับโลก มีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ในขณะที่เซินเจิ้นซึ่งเป็นเมืองที่มีทรัพยากรมนุษย์ที่มีความสามารถสูงจำนวนมาก ก็ได้ให้การสนับสนุนที่แข็งแกร่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล การเชื่อมโยงสองเมืองนี้เข้าด้วยกันจะสามารถใช้จุดแข็งของแต่ละฝ่ายร่วมกันสร้าง “เขตเศรษฐกิจดิจิทัลสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล” (Greater Bay Area) ที่ยั่งยืน และจุดประกาย “ประภาคารอารยธรรมดิจิทัลตะวันออก” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผสมผสานข้อได้เปรียบของฮ่องกงในด้านการเงิน เขตเศรษฐกิจดิจิทัลสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ลอาจกลายเป็นผู้นำระดับโลกด้านเศรษฐกิจดิจิทัล

นอกจากนี้ นายซ่าง ไห่หลง (Shang Hailong) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฮ่องกง และกรรมการบริหารของคณะกรรมการบริหารห้องปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ (AI Lab) ฮ่องกง ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงานนี้ โดยท่านชี้ว่า ภายใต้โอกาสจากการเปลี่ยนแปลงของคลื่นดิจิทัล Web3 ซึ่งเป็น “อินเทอร์เน็ตแห่งมูลค่า (Value Internet)” ได้สร้างโมเดลธุรกิจใหม่และสถานการณ์การใช้งานนวัตกรรมที่มอบประสบการณ์และมูลค่าใหม่ให้แก่ผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม จากมุมมองของการกำกับดูแลด้านการเงิน เราจำเป็นต้องมีท่าทีที่เป็นกลางและเป็นกลางต่อการกำเนิดและการพัฒนาของอินเทอร��เน็ตแห่งมูลค่า กล่าวคือ การพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล Web3 จำเป็นต้องมีทั้งการปฏิรูปและนวัตกรรม ควบคู่ไปกับการรักษา “เส้นแดง” ในการควบคุมความเสี่ยง

“หากปราศจากกฎเกณฑ์ จะสร้าง ‘เมตา’ ได้อย่างไร? — ปัญหาภาษาเมตา (Meta-language) ในการพัฒนาเมตาเวิร์ส”
ศาสตราจารย์กัว อี้เคอ (Guo Yike) รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการคนแรกของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง (HKUST) สมาชิกราชวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์แห่งสหราชอาณาจักร (FREng) และสมาชิก European Academy of Sciences ได้กล่าวในการบรรยายว่า เมตาเวิร์สคือ “สังคมแบบไร้ระยะห่าง (Zero-distance Society)” ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Web3 และประเด็นสำคัญที่สุดสำหรับสิ่งใหม่ใดๆ คือการ “กำหนดนิยาม ตั้งชื่อ และแปล” ให้เหมาะสม
ล้อแห่งเทคโนโลยีหมุนไปอย่างรวดเร็วตามยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่าน อินเทอร์เน็ตได้เชื่อมโยงผู้คนทั่วโลกเข้าด้วยกัน สร้างเครือข่ายการส่งผ่านข้อมูล ขณะที่เครือข่าย���ือถือและระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ทำให้ระยะห่างระหว่างมนุษย์ลดลงเรื่อยๆ และส่งเสริมการพัฒนาอารยธรรมสารสนเทศ ซึ่งการดำเนินธุรกรรมทางการเงินผ่านอินเทอร์เน็ตได้ก่อให้เกิด “เศรษฐกิจดิจิทัล” ขณะนี้ “สังคมแบบไร้ระยะห่าง” ได้ปรากฏขึ้นใกล้แค่เอื้อม และกลายเป็นล้อใหญ่ลำถัดไปของยุคสมัย เมตาเวิร์สคือระบบนิเวศทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจที่สร้างสังคมแบบไร้ระยะห่าง วางรากฐานทางเทคโนโลยีสำหรับเศรษฐกิจข้อมูลภายใต้สังคมแบบไร้ระยะห่าง และในท้ายที่สุด นำไปสู่ “การอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร (Human-Machine Symbiosis)” ภายใต้สังคมแบบไร้ระยะห่าง!

“จาก Web2 ไปสู่ Web3: โอกาสสำคัญของฮ่องกง”
นายโจว ชวน (Zhou Chuan) ผู้จัดการแผนกพัฒนาธุรกิจ บริษัท Hong Kong Science and Technology Parks Corporation (HKSTP) ได้กล่าวในการบรรยายว่า อนาคตของ Web3 ประกอบด้วย AI (Artificial Intelligence) และ Blockchain (บล็อกเชน) อย่างไรก็ตาม ฮ่องกงในปัจจุบันมี “โชคดีทั้งสามด้าน” คือ เวลาที่เหมาะสม (Heavenly Timing), ทำเลที่ตั้งที่ดี (Earthly Advantage), และบุคลากรที่เหมาะสม (Human Harmony) ซึ่งกำลังรอคอย “ทีมธุรกิจที่มีจิตสำนึกแบบ ‘เกลือวิทยาศาสตร์’ (Salt Science)” ที่ให้ความช่วยเหลือและเกื้อกูลกัน เพื่อฉีด “เลือดใหม่” ให้กับฮ่องกง กระบวนการเปลี่ยนรูปแบบเงินตราแบบดั้งเดิมไปสู่รูปแบบดิจิทัลนั้น ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการสร้างมูลค่าอย่างมหาศาล — จากแนวคิดดั้งเดิมที่มูลค่าถูกกำหนดโดย “มูลค่าต้น” และ “แรงงาน” ไปสู่แนวคิดแบบนีโอคลาสสิก (Neo-classical) ที่ว่า “ตราบใดที่สามารถซื้อขายได้ ก็แสดงว่ามีมูลค่า” โดยเงินตราดำรงอยู่เพราะ “เราเชื่อ” ไม่ใช่ “เราเชื่อเพราะมันมีอยู่จริง” แน่นอนว่า ผลกระทบในระยะสั้นคือการเกิด “Super Apps” ที่ทำหน้าที่เป็น “ช่องทางการเข้าถึง (Traffic Entry Point)” ซึ่งมีต้นทุนการพัฒนาแอปพลิเคชันต่ำมาก ทำให้ “ความไม่เสมอภาคด้านข้อมูล (Information Asymmetry)” ที่เคยเป็นรากฐานของแพลตฟอร์มขนาดใหญ่หายไป AI จะลดต้นทุนขอบเขต (Marginal Cost) ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น ในระยะยาว AI จะช่วยมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยในการค้นพบวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ก็ไม่อาจปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ AI อาจกลายเป็น “ผู้กดขี่มนุษย์” ได้เช่นกัน

“ฮ่องกง: เมืองหลวงของ ‘เมตา-แอสเซ็ต (Meta-Assets)’ — จุดยึดทางกายภาพของเมตาเวิร์สและ Web3.0”
นายลั่ว จินไห่ (Luo Jinhai) ผู้ได้รับรางวัลเหวินจิน (Wenjin Award) ผู้ริเริ่มโครงการ 2140 Metaverse ซีอีโอของ Quantum School และผู้เขียนหนังสือ “Meta-Assets and Web3.0” ได้กล่าวในการบรรยายว่า “เมตา-แอสเซ็ต” คือ “ความมั่งคั่งอธิปไตยส่วนบุคคล” ซึ่งในบริบทการใช้งานของเมตาเวิร์ส มีคุณลักษณะสำคัญ ได้แก่ ความเป็นอิสระ (Autonomy), ความเป็นส่วนตัว (Privacy), ความปลอดภัย (Security), ความหายาก (Scarcity), และสภาพคล่อง (Liquidity) ขณะที่การรับรองความถูกต้องตามกฎหมายของสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Legitimacy) ทำให้ “เมตา-แอสเซ็ต” ไม่ถูกกระทบจากปัจจัยด้านมนุษย์ และด้วยหลัก “ความสัมพันธ์เชิงสัมพัทธ์ของกาล-อวกาศ (Spacetime Relativity)” และ “คุณสมบัติคล้ายคลื่น-คล้ายอนุภาค (Wave-Particle Duality)” เมตา-แอสเซ็ตจึงมีคุณสมบัติ “ข้ามกาล-ข้ามอวกาศ (Time-Space Transcendence)” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโลกจริงกับโลกเสมือน ทำให้สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้งสองโลก และกลายเป็น “จุดยึดทางกายภาพ (Physical Anchor)” ของเมตาเวิร์สและ Web3 ในยุคใหม่

“การวิเคราะห์ข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบของฮ่องกงในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์เสมือนระดับโลก”
นายหวาง เสว่จ้ง (Wang Xuezong) ผู้ริเริ่มแนวคิด “เศรษฐศาสตร์บล็อกเชน” นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำบน Weibo (Golden V Account) และ “บิดาแห่งหมายเลขโทรศัพท์เสมือนในจีน” ได้กล่าวในการบรรยายว่า การก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์เสมือนระดับโลกคือ “โอกาสใหม่ในการเติบโตของฮ่องกง” ปัจจุบัน ปัญหาหลักสามประการของเศรษฐกิจหลักทั่วโลกคือ (1) การพิมพ์เงินเกินความจำเป็น (Monetary Over-Issuance), (2) ผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด-19 และ (3) ความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิวัติ “การเพิ่มมูลค่าของความมั่งคั่ง (Wealth Increment Revolution)” ซึ่งในปี 2023 หากเกิดวิกฤตการเงินขึ้น องค์ประกอบของ “ศูนย์กลางการเงินระดับโลก” ก็จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเปรียบเทียบกับการแข่งขันเพื่อครองตำแหน่งศูนย์กลางสินทรัพย์เสมือนระดับโลก ฮ่องกงมี “ข้อได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ 5 ประการ” ได้แก่ (1) มรดกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของหลัก “หนึ่งประเทศ สองระบบ (One Country, Two Systems)”, (2) ทำเลที่ตั้งทางภูมิเศรษฐกิจที่ผสานเข้ากับเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเพิร์ล (Greater Bay Area) และมีแผ่นดินใหญ่จีนเป็นฐานหลัง, (3) ระบบกฎหมายและกฎระเบียบกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง, (4) การออก “ดิจิทัลหยวนฮ่องกง (Digital HKD)” และ (5) พื้นฐานที่มั่นคงในฐานะศูนย์กลางการเงินระดับโลก ในท้ายที่สุด ตำแหน่งใหม่ของฮ่องกงควรเน้นไปที่ “สามศูนย์กลาง” ได้แก่ ศูนย์กลางการค้าและการขนส่งโลจิสติกส์, ศูนย์กลางการเงิน และศูนย์กลางการซื้อขายและนวัตกรรมสินทรัพย์เสมือน

“การท่องเที่ยวและวัฒนธรรมรูปแบบใหม่ สถานที่ใหม่ และการพัฒนาใหม่ภายใต้แนวคิด ‘All-Real Interconnection’”
นางสาวหลิว เหยียน (Liu Yan) ผู้เชี่ยวชาญด้านโซลูชันภาครัฐและองค์กรของ Tencent ได้กล่าวในการบรรยายว่า ควรพิจารณาเมตาเวิร์สจากมุมมอง “การผสานรวมระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกจริง (Digital-Physical Integration)” มากกว่ามุมมอง “โลกเสมือนล้วน (Purely Virtual)” เท่านั้น ดังนั้นแนวคิด “All-Real Interconnection” จึงสอดคล้องกับแนวคิดเมตาเวิร์สมากกว่า โดย All-Real Interconnection คือชุดเทคโนโลยีและรูปแบบนวัตกรรมที่ผสานโลกดิจิทัลกับโลกจริง ซึ่งใช้หลายอุปกรณ์และรูปแบบเพื่อให้เกิด “การรับรู้ การเชื่อมต่อ และการโต้ตอบกับโลกจริงอย่างรอบด้าน” ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างการยกระดับที่สำคัญต่อบุคคล องค์กร และสังคมโดยรวม วิดีโอ/ลี่เซิง (Lisheng) และการโต้ตอบระยะไกล (Remote Interaction) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีหลักของ All-Real Interconnection ได้ผสานเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลและอุตสาหกรรมจริงอย่างลึกซึ้งในสาขาต่างๆ เช่น IoT, Extended Reality (XR), Haptic Feedback และ Brain-Computer Interface (BCI) ทำให้ความเชื่อมโยงระหว่างโลกดิจิทัลกับโลกจริงก้าวขึ้นสู่ “การโต้ตอบ” อย่างแท้จริง และสร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญ ด้วยความเชื่อมั่นว่าในอ���ก 20 ปีข้างหน้า เทคโนโลยีต่างๆ เช่น Digital Twin, Blockchain, XR, Quantum Computing และ BCI จะค่อยๆ บรรลุความสมบูรณ์ ซึ่งจะบ่งชี้ว่าแอปพลิเคชันล่าสุดและเทคโนโลยีที่มีศักยภาพสูงของ All-Real Interconnection จะได้รับการพัฒนาอย่างกว้างขวาง และสนับสนุนการใช้งานจริงของ “การโต้ตอบระยะไกลผ่านวิดีโอ/ลี่เซิง”, “ปัญญาประดิษฐ์ที่แพร่กระจายทั่วทุกที่ (Ubiquitous Intelligence)”, “พลังการประมวลผลที่ไม่มีขีดจำกัด (Infinite Computing Power)”, และ “โปรโตคอลที่เชื่อถือได้ (Trusted Protocols)” อย่างครอบคลุม

“ความท้าทายด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ และการกำกับดูแลในยุคเมตาเวิร์สและ Web3.0”
นายเจ้า หย่ง (Zhao Yong) หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) และผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเมตาเวิร์สแห่งอนาคต ได้กล่าวในการบรรยายว่า เมตาเวิร์สคือโลกคู่ขนานดิจิทัลใหม่ ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานของยุค Web3 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยองค์ประกอบหลักของเมตาเวิร์สแสดงออกผ่านระบบต่างๆ เช่น อัตลักษณ์ (identity), สินทรัพย์ (assets), สังคม (society), เศรษฐกิจ (economy), เนื้อหา (content), และการโต้ตอบ (interaction) เป็นต้น ยุค Web3 คือระบบนิเวศอินเทอร์เน็ตรุ่นใหม่ที่ทำให้ “อำนาจอธิปไตยเหนือข้อมูล” และ “อำนาจอธิปไตยเหนือสินทรัพย์” กลับคืนสู่บุคคลโดยตรง ซึ่งทุกการกระทำและการสร้างสรรค์จะได้รับผลตอบแทนที่เท่าเทียมกัน ส่งผลให้เกิดการผสานรวมอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างความร่วมมือทางสังคม การกำกับดูแล และการกระจายมูลค่า ด้วยแนวคิดนี้ พร้อมทั้งยึดมั่นในนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและการพัฒนา คาดว่า BFMeta ซึ่งเป็น public blockchain ระดับโลกสำหรับเมตาเวิร์ส จะสามารถนำเสนอคำตอบที่แตกต่างออกไปได้

“EPO ด้านข้อมูล และความท้าทายใหม่ด้านความมั่งคั่งที่เกิดจาก AIGC”
นายโจว เสียงหยาง (Zhou Xiangyang) เลขาธิการคณะทำงานวิจัยการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งประเทศจีน ได้แบ่งปันการวิเคราะห์เชิงลึกอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับมูลค่าและการไหลเวียนของข้อมูล ประวัติศาสตร์กำลังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง และในยุค Web3-AIGC ข้อมูลคือ “ความมั่งคั่งรูปแบบใหม่” ซึ่งมูลค่าของข้อมูลมักแสดงออกผ่านการสนับสนุนงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การสนับสนุนบริการเฉพาะบุคคล และอื่นๆ อีกมากมาย ข้อมูลจึงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นอกจากนี้ บริการ EPO ด้านข้อมูล บริการนายหน้าข้อมูล บริการเสริมด้านอุตสาหกรรม และบริการดำเนินงานอุตสาหกรรม ถือเป็นธุรกิจหลักของการไหลเวียนข้อมูล ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านรูปแบบความมั่งคั่งในแต่ละยุค ย่อมสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของยุคนั้นอย่างชัดเจน ซึ่งฮ่องกงได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อขับเคลื่อนเรือใหญ่แห่งการเงินดิจิทัลให้แล่นต่อไปอย่างแข็งแกร่ง

พิธีเปิด EPO International Data Exchange
นายโจว เสียงหยาง เลขาธิการคณะทำงานวิจัยการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งประเทศจีน, นายเฟิ่ง เฉิงเจียง (Feng Chengjiang) ประธานคณะกรรมการพัฒนาวัฒนธรรมกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ภายใต้สมาคมวัฒนธรรมจีนตะวันออก, นางจู ซินหลาน (Zhu Xinlan) ประธานสมาพันธ์ธุรกิจเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า, นายโจว เหว่ยเซียง (Zhou Weixiong) ประธานคณะกรรมการเทคโนโลยีการเงิน สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านการประมวลผลบนคลาวด์และโมบายล์, นายโจว เทียน (Zou Tian) ประธานสมาคมการศึกษาเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า, นายไฉ จื้อชวน (Cai Zhichuan) ประธานสมาคมบล็อกเชนเอเชีย, นายหวัง เสว่จ้ง (Wang Xuezong) ผู้ริเริ่มเศรษฐศาสตร์บล็อกเชน นักเศรษฐศาสตร์ V-golden บนเว่ยป๋อ (Weibo) และ “บิดาแห่งหมายเลขโทรศัพท์เสมือนจริงของจีน”, นายเฉิน หนานผิง (Chen Nanping) ผู้ก่อตั้งกองทุน Pan Shi, นางเหอ เหว่ย (He Wei) ประธานสมาคม Shenzhen Daxin Geek เป็นต้น ได้ร่วมขึ้นเวทีเพื่อสนับสนุนพิธีเปิด EPO International Data Exchange อย่างเป็นทางการ พิธีเปิด EPO International Data Exchange จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งหมายถึงการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการซื้อขายสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา โดยมอบแพลตฟอร์มบริการที่สะดวก รวดเร็ว มีความยุติธรรมและโปร่งใสยิ่งขึ้นสำหรับการแลกเปลี่ยนและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสิทธิบัตรทั่วโลก ต่อไปนี้ EPO International Data Exchange จะพัฒนาและปรับปรุงบริการให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อมอบพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมให้กับนวัตกรรมระดับโลก

การอภิปรายโต๊ะกลม: การวิเคราะห์แนวโน้มและโอกาสภายใต้นโยบาย Web3 ฉบับใหม่ของฮ่องกงในปี 2023
การอภิปรายโต๊ะกลมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนางลี่จื่อ (Lizi) ผู้ดำเนินรายการคุณภาพของ CCTV เป็นผู้ดำเนินรายการโต๊ะกลม พร้อมด้วยนายหลี่ ลี่จ้ง (Li Lizhong) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท Dayou Cloud Chao และประธานบริษัท LIZHAN Technology, นายไฉ เกอหยาง (Chai Geyang) ประธานร่วมสมาคมบล็อกเชนฮ่องกง และผู้ก่อตั้ง Tagging, นายไฉ จื้อชวน (Cai Zhichuan) ประธานสมาคมบล็อกเชนเอเชีย ซึ่งร่วมกันสำรวจและวิเคราะห์แนวโน้มและโอกาสภายใต้นโยบาย Web3 ฉบับใหม่ของฮ่องกงในปี 2023

ในประเด็นที่ควรให้ความสนใจในยุค Web3 และภาคส่วนใดที่จะ “ร้อนแรงมาก” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นายหลี่ ลี่จ้ง ได้ให้มุมมองส่วนตัวว่า “Web3 แท้จริงแล้วคือชั้นแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีต่างๆ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), บล็อกเชน, ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), ความจริงเสมือน (VR), และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) ซึ่งสถานการณ์การใช้งานขั้นสุดท้ายของเทคโนโลยีเหล่านี้คือเมตาเวิร์ส” Web3 เป็นแนวคิดใหม่ที่สอดคล้องกับกระแสของยุคสมัย ซึ่งเกิดขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทายของยุคสมัยแห่งปัญญาประดิษฐ์ การปฏิรูปความสัมพันธ์ในการผลิตผ่านการใช้งาน Web3 จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามาร��มีส่วนร่วมในการแบ่งปันมูลค่าส่วนเกิน
สำหรับบริษัทที่ต้องการเข้ามาตั้งสำนักงานในฮ่องกงเพื่อวางกลยุทธ์ด้าน Web3.0 นายไฉ เกอหยาง ได้ให้คำอธิบายเกี่ยวกับนโยบายของฮ่องกงว่า “การกระจายศูนย์อย่างสิ้นเชิงนั้นไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยและการควบคุมดูแลได้” ฮ่องกงแสดงศักยภาพอย่างโดดเด่นในการแข่งขันเพื่อดึงดูดทั้ง “บุคลากร ทุน และบริษัท Web3 ที่ยอดเยี่ยม” แม้ว่าอุตสาหกรรม Web3 ในอดีตจะประสบปัญหาด้านความสอดคล้องตามกฎหมายและความปลอดภัย แต่รัฐบาลฮ่องกงได้ประกาศให้การสนับสนุนอุตสาหกรรม Web3 โดยมุ่งหวังที่จะยอมรับบริษัท Web3 ผ่านแนวทางที่สอดคล้องตามกฎหมาย สำหรับผู้ประกอบการและนักลงทุนแล้ว ความสอดคล้องตามกฎหมายเป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อความสามารถของโครงการในการเข้าสู่ตลาดและออกจากตลาดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยการสนับสนุนของรัฐบาลฮ่องกงต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม Web3 อย่างสอดคล้องตามกฎหมาย จึงจะนำมาซึ่งประโยชน์ระยะยาวต่อการเติบโตของบริษัท Web3
เมื่อเผชิญกับการแข่งขันจากศูนย์กลางการเงินดิจิทัลของประเทศในภูมิภาคเอเชียและยุโรป ฮ่องกงมีโอกาสและข้อได้เปรียบอะไรบ้าง นายไฉ จื้อชวน กล่าวว่า “ข้อได้เปรียบของฮ่องกงคือการเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก โดยมีข้อได้เปรียบในด้านการไหลเวียนของเงินทุนอย่างเสรี ระบบกฎหมายที่สมบูรณ์ ความมั่นคงของตลาดการเงิน และการรวมตัวของบุคลากรที่มีความสามารถ” เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐบาลฮ่องกงได้เผยแพร่ “แถลงการณ์การพัฒนาสินทรัพย์เสมือน” หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ฮ่องกงจึงกลายเป็นศูนย์กลางระดับโลกที่ได้รับความสนใจอย่างมากต่อสินทรัพย์เสมือน ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางของความมั่งคั่งระดับโลก โดยมีบุคคลที่มีสินทรัพย์มากกว่า 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จำนวน 15,000 คน แต่สินทรัพย์เสมือนยังมีสัดส่วนเล็กน้อยในการจัดสรรสินทรัพย์ จึงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างมหาศาลในอนาคต รัฐบาลฮ่องกงกำลังผลักดันการพัฒนาสินทรัพย์เสมือนอย่างแข็งขัน และจะจัดตั้ง Hong Kong Web3 Association ในเดือนหน้า ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลและนโยบายที่เปิดกว้าง
การอภิปรายโต๊ะกลม: แนวโน้มการลงทุน Web3 ปี 2023: การวางแผนกลยุทธ์ของ VC เพื่อทะลุผ่านข้อจำกัด
การอภิปรายโต๊ะกลมครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายหวัง เฉา (Wang Chao) ผู้ดำเนินรายการ CCTV Discovery Journey, นายเฉิน หนานผิง (Chen Nanping) ผู้ก่อตั้งกองทุน Pan Shi, นางหวัง เสี่ยวเหยียน (Wang Xiaoyan) ประธานบริษัท Hangzhou Turing Asset Management Co., Ltd. และผู้ได้รับเลือกให้เป็น “Forbes China 30 Under 30”, นายปั๋น จวินอวี่ (Pan Junyu) ประธานสมาคมบล็อกเชนเอเชียแปซิฟิก และสมาชิกสภาการเมืองแห่งมณฑลเจียงซู สมัยที่ 13 ซึ่งร่วมกันอภิปรายในหัวข้อ “แนวโน้มการลงทุน Web3 ปี 2023: การวางแผนกลยุทธ์ของ VC เพื่อทะลุผ่านข้อจำกัด”

นางหวัง เสี่ยวเหยียน ได้แบ่งปันว่า ประการแรกคือด้านบล็อกเชน ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี public chain และ private chain เป็นต้น ประการที่สองคือด้าน NFT ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในเกม ความบันเทิง และศิลปะ เป็นต้น นอกจากนี้ การนำบล็อกเชนและ NFT มาประยุกต์ใช้ใน DeFi ก็สามารถสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยีได้เช่นกัน ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็เป็นที่นิยมมากเช่นกัน เช่น GPT ของ OpenAI ซึ่งมีความสามารถในการเรียนรู้และสร้างสรรค์ด้วยตนเองอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นสาขาใหม่ที่น่าตื่นเต้น ทั้งนี้ โครงการเมล็ดพันธุ์ (seed-stage) ที่อยู่ในระยะเริ่มต้นยังคงมีความน่าสนใจสูง และตรรกะพื้นฐานของ Web2 กับ Web3 ก็แตกต่างกันอย่างชัดเจน เทคโนโลยีบล็อกเชนได้สะสมความก้าวหน้าอย่างลึกซึ้งมาแล้วกว่าหนึ่งทศวรรษ และตอนนี้กำลังก้าวเข้าสู่โอกาสที่ดีเยี่ยม
นายเฉิน หนานผิง กล่าวว่า จากยุค Web1 ที่มี Sina และ Sohu ไปจนถึงยุค Web2 ที่มี Tencent และ TikTok และต่อมาถึงยุค Web3 นั้น Web3 ไม่เพียงแต่รองรับการโต้ตอบเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่หลากหลายยิ่งขึ้น ทั้งในด้านแอปพลิเคชัน ข้อมูล และตลาดอีกด้วย ในโครงสร้างของ Web3 สามารถแบ่งออกเป็น 4 ชั้น ได้แก่ ชั้นพื้นฐาน (infrastructure layer), ชั้นซอฟต์แวร์ (software layer), ชั้นการโต้ตอบ (interaction layer), และชั้นแอปพลิเคชัน (application layer) สำหรับแอปพลิเคชันนั้น ควรให้ความสำคัญกับความต้องการในภาคจริง เช่น สุขภาพกายและใจ การศึกษา ความสัมพันธ์ และการพบปะสังสรรค์
นายปั๋น จวินอวี่ ได้ให้มุมมองส่วนตัวว่า การเริ่มต้นธุรกิจควรผสานความสนใจส่วนตัวกับพื้นฐานด้านเทคนิค ไม่จำเป็นต้องตามกระแสเสมอไป แต่ควรจับจังหวะโอกาสในอนาคต เช่น เมตาเวิร์ส อีคอมเมิร์ซ และสกุลเงินดิจิทัลของจีน (Digital RMB) เป็นต้น ในยุค Web3 จำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด และ NFT ยังมีมูลค่าเชิงกายภาพจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการค้นพบ ซึ่งในอนาคต การรับรองดิจิทัล (digital certification) จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินทรัพย์เชิงกายภาพได้มากยิ่งขึ้น
สาธิต – ระบบ MERRILL AI Quantitative System
ตัวแทนของ MERRILL ผู้สนับสนุนหลักของงานประชุมสุดยอดครั้งนี้ ได้ขึ้นเวทีเพื่อแบ่งปันเนื้อหาที่น่าตื่นเต้น นายริชาร์ด (Richard) นักวิเคราะห์อาวุโสของ MERRILL ได้แนะนำโมเดลธุรกิจและแนวโน้มการเติบโตที่กว้างไกลของ MERRILL อย่างละเอียดในหัวข้อ “MERRILL Intelligent AI Quantitative System” เขาชี้ว่า MERRILL SYSTEM (ย่อว่า ML) ซึ่งเป็นระบบ AI Quantitative ระดับโลกชั้นนำ มีเป้าหมายเพื่อให้บริการตัดสินใจอัจฉริยะสำหรับการซื้อขายระบบในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตัวเลือก (options) และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (futures) ทั่วโลก โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและกลยุทธ์เชิงปริมาณ เพื่อค้นหาพอร์ตการลงทุนที่ดีที่สุดในตลาดคริปโตปี 2023 ผ่านวิธีการทางเทคนิคและแบบจำลองธุรกิจตามแนวโน้ม (trend-based business model) เทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจาย (distributed ledger technology) ของระบบสามารถค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้จักอย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่นสู่ความแข็งแกร่งที่มากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ผ่านกลยุทธ์การตั้งค่ากำไร/ขาดทุนล่วงหน้า (take-profit/stop-loss) อย่างทันท่วงที ซึ่งจะสามารถสร้างกำไรจากการเก็บกำไรต่างๆ (arbitrage) ได้อย่างสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น MERRILL SYSTEM Intelligent AI Quantitative System และพันธมิตรในระบบนิเวศของมัน มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความไว้วางใจในการทำกิจกรรมการเงินดิจิทัล และมอบบริการการเงินดิจิทัลแบบกระจาย (distributed digital financial services) ที่ปฏิวัติวงการแก่ผู้ใช้ทั่วโลก

สาธิต – NFT China
การนำเสนอแบบโรดโชว์ของโครงการ “NFT China” โดย Fu Rao ผู้อำนวยการบริหารของสถาบันวิจัยเศรษฐกิจใหม่ระหว่างประเทศแห่งฮ่องกง และซีอีโอของ NFT China เขาชี้ว่า บล็อกเชนสาธารณะ (Public Blockchain) ซึ่งเป็นบล็อกเชนที่มีการกระจายศูนย์อย่างสมบูรณ์ ปัจจุบันได้รับการนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และความคงทนสูง ขณะที่บล็อกเชนส่วนตัว (Private Blockchain) หรือบล็อกเชนพันธมิตร (Consortium Blockchain) มักถูกนำมาใช้ในกรณีที่มีข้อกำหนดสูงมากเกี่ยวกับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและการควบคุมภายใน ดังนั้น สถานการณ์การใช้งาน NFT จึงไม่เหมาะกับบล็อกเชนพันธมิตรอย่างสมบูรณ์แบบ และบล็อกเชนสาธารณะจึงมีข้อได้เปรียบเหนือกว่าในด้านนี้ ทั้งนี้ จากนโยบายสนับสนุนที่ประกาศโดยฮ่องกงและแนวโน้มการเติบโตของตลาด แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรม NFT กำลังก้าวสู่การเป็นสากล ซึ่งเป็นทิศทางที่มีแนวโน้มดีมาก โดยตอนนี้ “Shu Cang China” ได้เริ่มต้นก้าวแรกแล้ว และจากนี้ไป เราจะได้เห็นการเติบโตอย่างหลากหลายและเฟื่องฟูของอุตสาหกรรมนี้

การแสดงตัวอย่าง – การชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลทั่วไปของ Waynance
การนำเสนอแบบโรดโชว์ของโครงการ “Waynance Universal Cryptocurrency Payment” โดย Li Zhule ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียของ Waynance เขาได้วิเคราะห์อย่างลึกซึ้งถึงจุดแข็ง 16 ประการของระบบการชำระเงินของ Waynance รวมถึงการชำระเงินผ่าน QR Code และการชำระเงินผ่านเทคโนโลยี NFC ที่ปรับใช้ได้กับแต่ละประเทศและภูมิภาค ตลอดจนความสามารถในการรองรับสินทรัพย์บนบล็อกเชน (on-chain assets) เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งของ Waynance ในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการชำระเงินในอนาคต

การแสดงตัวอย่าง – ระบบนิเวศ X Metaverse Pro
การนำเสนอเกี่ยวกับระบบนิเวศ X Metaverse Pro โดย Ivan ผู้ดำรงตำแหน่ง CMO ของ X Metaverse Pro เขาชี้ว่า X Metaverse PRO มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่างโลกโซเชียลมีเดียกับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยมุ่งเน้นการให้เครื่องมือการซื้อขายระดับมืออาชีพ กลยุทธ์การลงทุน และพอร์ตการลงทุนที่เหมาะสมแก่นักลงทุนทั่วโลก ระบบนิเวศนี้ใช้หลักการกำกับดูแลแบบ DAO อย่างครอบคลุม และปัจจุบันมีชุมชนผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านคน แพลตฟอร์ม X METAVERSE PRO ที่เข้าถึงได้ง่ายและโปร่งใสอย่างสมบูรณ์ สามารถดึงดูดนักลงทุนที่มีแนวคิดร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถซื้อขายกับเทรดเดอร์มืออาชีพจริง ๆ ได้ ในขณะที่เทรดเดอร์มืออาชีพสามารถแชร์และเผยแพร่กลยุทธ์ที่ดีที่สุดแบบเรียลไทม์ได้

การแสดงตัวอย่าง – ระบบนิเวศของบล็อกเชนสาธารณะ Fibonacci
Kevin ผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Fibonacci และคณะกรรมการบริหารของมูลนิธิ Fibonacci ได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระบบนิเวศของบล็อกเชนสาธารณะ Fibonacci โดย Kevin ได้อธิบายโครงสร้างพื้นฐานของระบบนิเวศ Fibonacci อย่างลึกซึ้งจาก 4 มิติ ได้แก่ ความสามารถในการทำงานร่วมกัน (Interoperability) และความสามารถในการขยายตัว (Scalability), การยกระดับประสิทธิภาพและความเข้ากันได้ของการดำเนินการสัญญา (Smart Contract Execution), การยกระดับประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือของการจัดเก็บและเรียกดูข้อมูลบัญชี (Ledger Storage & Read Performance), และการใช้กลไกฉันทามติ (Consensus Algorithm) ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางร่วมกับสถาปัตยกรรมพื้นฐานที่เอื้อต่อการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (dApps) อย่างรวดเร็ว สำหรับอนาคต บล็อกเชนสาธารณะ Fibonacci จะมุ่งเน้นโอกาสในการสร้างนวัตกรรมในยุค Social อย่างต่อเนื่อง

การแสดงตัวอย่าง – AI บนบล็อกเชน + Oracle ข้ามสายโซ่ (Cross-chain Oracle): การสร้างระบบนิเวศ Web3.0 รุ่นต่อไป
การนำเสนอแบบโรดโชว์ของโครงการ “On-chain AI + Cross-chain Oracle: Building the Next-generation Web3.0 Ecosystem” โดย Joey ผู้ก่อตั้ง Plug Link Fund และผู้พัฒนา PlugChain เขาชี้ว่า ความชาญฉลาด (Intelligence) และความสะดวกสบาย (Convenience) ของระบบนิเวศ Web3.0 นั้นขึ้นอยู่กับการฝึกฝนโมเดล IoT และ AI ด้วย “ข้อมูล” อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ความสำเร็จในการสร้างระบบนิเวศ Web3.0 ที่หลากหลายจึงขึ้นอยู่กับ Oracle เป็นหลัก เพราะ Oracle คือ “แหล่งที่มา” ของข้อมูลขาเข้าในโลก Web3.0 ซึ่งคุณค่าและศักยภาพของมันจึงไม่ต้องกล่าวถึงอีก ปัจจุบัน PlugChain กำลังมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยี On-chain AI และ Cross-chain Oracle อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง

การแสดงตัวอย่าง – LUCKY BIRD DAO
Wade ผู้ก่อตั้ง Wei De Crypto Capital, ผู้ก่อตั้ง The Extraordinary Yacht Club, โหนดตรวจสอบ (Validator Node) ของ XRP (Ripple) และผู้แทนของ LUCKY BIRD DAO ได้บรรยายอย่างน่าประทับใจ เขาชี้ว่า การปฏิรูปการศึกษาในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยนวัตกรรมเชิงสถาบัน โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ความสำคัญของการศึกษาแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Education) กำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ Luck Bird ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการศึกษาแบบกระจายศูนย์ชั้นนำระดับโลก มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา และเร่งกระบวนการวิวัฒนาการของระบบการ���ึกษา Luck Bird มุ่งหวังที่จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเชื่อมต่อทรัพยากรการศึกษากับผู้ใช้งานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการกระจายศูนย์อย่างสมบูรณ์ และทำให้การศึกษาแบบกระจายศูนย์กลายเป็นกระแสหลักของโลกในอนาคต

ในงานประชุมสุดยอดนวัตกรรม Web3 ที่มีอิทธิพลระดับฮ่องกง 2023 (2023 Hong Kong Web3 Impact Innovation Summit) เราได้ร่วมเป็นสักขีพยานต่อการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการเชื่อมต่อของ Web3 และความก้าวหน้าสูงสุดของระบบการเงินดิจิทัล
ความสำเร็จของการจัดงานประชุมสุดยอดครั้งนี้ จะเป็นแนวทางสำคัญและให้แรงบันดาลใจในการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและธุรกิจในอนาคต เราเชื่อมั่นว่า Web3 และระบบการเงินดิจิทัลจะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลก และยังจะสร้างโอกาสและท้าทายใหม่ๆ อีกมากมาย สำหรับอนาคต เราจะเร่งพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีและธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ลมแห่งนวัตกรรมกำลังพัดผ่านฮ่องกง ยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของทวีปเอเชีย และแข่งขันเพื่อครองศูนย์กลางดิจิทัลระดับโลก — งานประชุมสุดยอดนวัตกรรม Web3 ที่มีอิทธิพลระดับฮ่องกง 2023 ได้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ!
